Timeline บันทึกการลดน้ำหนัก กว่าจะมาเป็นมนุษย์คีโต

  1. จุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนักด้วยการงดแป้งและน้ำตาล

    จุดเริ่มต้นที่ป้าเริ่มลดน้ำหนักด้วยการงดแป้งและน้ำตาลนั้นเริ่มขึ้นเมื่อประมาณปี 2553 ด้วยน้ำหนักพุ่งสูงทยานไปถึง 84 ก.ก. ซึ่งมาพร้อมอาการปวดหัวจี๊ดๆ เหมือนมีเข็มแทงที่หัว ป้าไม่ได้กังวลเรื่องน้ำหนักเลยแต่ไปปรึกษาหมอที่รพ.กรุงเทพระยองเพราะเรื่องปวดหัวจี๊ดๆ ซะมากกว่า

    ในตอนนั้นได้ตรวจเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมนไทรอยด๋ จากผลเลือดที่ค่าไทรอยด์อยู่ในเกณฑ์ต่ำแต่ยังไม่ถึง minimun ซึ่งทำให้ร่างกายมีระบบเผาผลาญต่ำกว่าชาวบ้านเค้า อ้วนง่ายกว่าชาวบ้านว่างั้นเถอะ แต่หมอวินิจฉัยว่าน่าจะน้ำหนักขึ้นและปวดหัวเพราะความเครียดสะสม จึงให้ยาคลายเครียดและให้ลดน้ำหนักด้วยการงดแป้งและน้ำตาลซึ่งก็คือการลดน้ำหนักด้วยวิธีแอตกินส์ (The Atkins diet) 

    แอตกินส์ไดเอทในครั้งนั้นน้ำหนักป้าลดเหลือ 76 ก.ก. แต่ก็เลิกไปเพราะกินลำบากยากเย็กเหลือเกินและไม่มีความรู้ ข้อมูลใดๆ เลย

    จากน้ำหนักก็ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาเป็น 83 ก.ก ในระยะเวลา 4 ปี ตายๆๆ ไม่ไหวละป้าจึงเริ่ม แอตกินส์ไดเอท ครั้งที่ 2 ครั้งนี้ ทำได้แค่ 3 สัปดาห์ก็ต้องเลิกไปเพราะมีอาการท้องผูกอย่างหนัก ริดสีดวงถามหาทรมานมากมาย ตอนแอตกินส์ไดเอทครั้งแรกก็มีอาการท้องผูกบ้างแต่ไม่มากเท่าครั้งนี้

    จนรักษาริดสีดวงหายพร้อมกับน้ำหนักกลับมา 84 ก.ก.อีกแล้ว กินนิดกินหน่อยน้ำหนักก็ขึ้น จะกลับไปแอตกินส์ไดเอทก็เข็ดกับริดสีดวง

    เอาวะถึงจะลดน้ำหนักไม่ได้ แต่ฉันก็จะเป็นหมูที่แข็งแรง

    555 ด้วยปณิธานนี้ พ.ย.60 ป้าจึงลงคอร์สเทรนออนไลน์ซึ่งมาพร้อมกับการจัดการเรื่องอาหารเพื่อแก้ไขระบบเผาผลาญที่พัง ปรากฎว่าน้ำหนักจาก 84 ก.ก. เพิ่มขึ้นไปที่ 86 ก.ก. ใน 2 สัปดาห์แรกเพราะแก้ไขระบบการเผาผลาญ และลดลงมา 84 ก.ก. ในตอนท้ายของคอร์ส ซึ่งเพื่อนๆ ในคอร์สเดียวกันก็ได้ผลแตกต่างกันไป หลายคนกล้ามเป็นมัดเลย หลายคนก็เป็นเหมือนป้า จบคอร์สเทรนออนไลน์ด้วยน้ำหนัก 84 ก.ก. พร้อมกับแขนขาที่แข็งปั๊ก555

    เปลี่ยนจากแอตกินส์ไดเอทเป็นคีโตไดเอท

    คิดไปคิดมาแอตกินส์อีกซักครั้ง มันต้องมีวิธีที่ท้องไม่ผูกซิ เสิร์ชไปเสิร์ชมาจนมาเจอ thaiketopal.com ของคุณไอซ์ และได้เข้าร่วมกลุ่ม Thai Keto Friends

    เริ่มต้นคีโตไดเอทเดือน เม.ย.61 ด้วยน้ำหนัก 84 ก.ก. น้ำหนักลงเรื่อยๆ ต่ำสุดคือ 77 ก.ก. แล้วดีดขึ้นมาเป็น 79 ก.ก.ในเดือนส.ค. 61 และท้องไม่ผูกขับถ่ายคล่องกว่าตอนเทรนออนไลน์ซะอีก

    ฮอร์โมนไทรอยก็ยังคงต่ำเตี้ย ครั้งนี้ต่ำกว่าค่า minimun ที่ควรจะมีซะอีก

    ก.ย.-ธ.ค.61 น้ำหนักก็ยังคงนิ่งสนิทอยู่ที่ 79 ก.ก. เฮ้ยทำไมไม่ลงต่อล่ะ มาลองคิดดู หรือว่าเพราะฮอร์โมนไทรอยที่ต่ำ หรือว่ากินอาหารแคลลอรีเกิน สัดส่วนอาหารไม่ถูกต้อง ซึ่งก็อาจเป็นได้เพราะช่วงหลังๆ ความขี้เกียจมันเยอะ กินๆ ไปไม่ได้แทรคสารอาหาร แต่เอาไว้ก่อนจะปีใหม่ละ งานกินต้องมาขอกินก่อนเอาไว้เริ่มหลังปีใหม่ละกัน 555

  2. แอตกินส์ไดเอท ครั้งที่ 2

    แอตกินส์ไดเอทครั้งนี้ ทำได้แค่ 3 สัปดาห์ก็ต้องเลิกไปเพราะมีอาการท้องผูกอย่างหนัก ริดสีดวงถามหาทรมานมากมาย ตอนแอตกินส์ไดเอทครั้งแรกก็มีอาการท้องผูกบ้างแต่ไม่มากเท่าครั้งนี้ จนรักษาริดสีดวงหายพร้อมกับน้ำหนักกลับมา 84 ก.ก.อีกแล้ว กินนิดกินหน่อยน้ำหนักก็ขึ้น จะกลับไปแอตกินส์ไดเอทก็เข็ดกับริดสีดวง

  3. เริ่มเทรนออนไลน์

    เริ่มเทรนออนไลน์ : ถึงจะลดน้ำหนักไม่ได้ แต่ฉันก็จะเป็นหมูที่แข็งแรง

    หลังจากเข็ดจากริดสีดวงผลพวงจากแอตกินส์ไดเอทแบบไม่มีหลักการ ป้าก็ยังพยายามลดน้ำหนักแบบลุ่มๆ ดอนๆ

    เอาวะถึงจะลดน้ำหนักไม่ได้ แต่ฉันก็จะเป็นหมูที่แข็งแรง

    555 ด้วยปณิธานนี้ ปี 2560 ป้าเริ่มใส่ใจกับสุขภาพ ตรวจเลือดและออกกำลังกายสัปดาห์ละประมาณ 5 วัน แต่ยังทานอาหารปกติ ซึ่งปกติป้าเป็นคนที่ทานไม่เยอะอยู่แล้ว ทาน 3 มื้อปกติ ข้าว 1 ทัพพี/มื้อ แต่ชอบกินกาแฟสดและทานขนมบ้าง รู้แล้วใช่ไหม๊ว่าทำไมไม่ผอม 555

    พ.ย.60 ป้าลองลงคอร์สเทรนออนไลน์ เพราะคิดว่าถ้าเรากล้ามเนื้อเยอะๆ ร่างกายก็จะมีอัตราการเผาผลาญที่สูงขึ้น เพื่อที่กินขนมและกาแฟสดได้โดยที่ไม่รู้สึกผิด ไงล่ะเป็นตรรกะที่สมเหตุสมผลใช่ไหม๊ 555

    เริ่มต้นเทรนออนไลน์ที่น้ำหนัก 84 ก.ก. จบคอร์สที่น้ำหนัก 85 ก.ก.

    ไหงเป็นงั้นล่ะ….มันมีเหตุผล มาอ่านต่อมา

    ตอนนั้นป้าลงโปรแกรม 60 Day Challenge ของ Planforfit ซึ่งเป้าหมายของชาแลนซ์นี้คือ ปรับปรุงระบบเผาผลาญ ลดน้ำหนัก เพิ่มกล้ามเนื้อ

    เมื่อเข้าโปรแกรมโค้ชจะให้ปริมาณอาหารที่เราต้องทานต่อวัน โดยคำนวณจากข้อมูลพื้นฐานคือ น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และลักษณะกิจวัตรประจำวัน นำมาคำนวณเพื่อหาค่า BMR (Basal Metabolic Rate) และ TDEE (Total Daily Energy Expenditure )

    • BMR คือ อัตรการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน เป็นจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการ คำนวณ BMR คลิกที่นี่
    • TDEE คือ พลังงานที่ใช้เพื่อกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน กิจกรรมน้อยก็จะใช้พลังงานน้อย ถ้ากิจกรรมมากก็ใช้พลังงานมากเช่นกัน คำนวณ TDEE คลิกที่นี่

    คอร์สจริงเริ่ม ธ.ค. แต่กลาง พ.ย.โค้ชก็ให้โปรแกรมสารอาหารมาก่อนเพื่อให้ลองปรับอาหารก่อนเริ่มคอร์ส แค่เริ่มปรับอาหารน้ำหนักป้าเพิ่มขึ้นไปที่ 86 ก.ก. ใน 2 สัปดาห์เพราะแก้ไขระบบการเผาผลาญ ดังนั้นพอเริ่มเทรนจริงน้ำหนักเริ่มต้นจึงเป็น 86 ก.ก.

    ตอนเทรนจะมี App ของ Planforfit ให้บันทึก ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ที่กินในแต่ละวัน โดยให้กินให้ครบตามโควต้า ประมาณเดียวกับแอป MyFitnessPal แต่ MyFitnessPal จะมีฐานข้อมูลอาหารเยอะกว่า

    นอกจากกำหนดกำหนดโควต้าอาหารมาให้แล้ว โค้ชก็จะมีโปรแกรมออกกำลังกายมาให้ ซึ่งโควต้าอาหารและโปรแกรมออกกำลังกายโค้ชจะปรับให้ทุกสัปดาห์

    เพื่อนๆ ในคอร์สเดียวกันก็ได้ผลแตกต่างกันไป หลายคนจากมีพุงน้อยๆ จบคอร์สพุงหาย six pack เป็นลอนกระเบื้องเลยนะเออ แต่หลายคนก็เป็นเหมือนป้า สิ้นเดือน ม.ค. 61 จบคอร์สเทรนออนไลน์ด้วยน้ำหนัก 85 ก.ก. พร้อมกับแขนขาที่แข็งปั๊ก เป็นคอร์สที่อิ่มหมีพีมันมาก กินจนจุก 555

  4. เปลี่ยนจากแอตกินส์ไดเอทเป็นคีโตไดเอท

     

    สิ้นเดือน ม.ค.61 จบคอร๋สเทรนออนไลน์ น้ำหนักไม่ลงแต่ได้ควานรู้เรื่องโภชนาการและแนวทางในการออกกำลังกาย ป้าไม่ได้ต่อคอร์สเพราะเจ็บเข่าจากการสควอชที่ไม่ถูกต้อง

    คิดไปคิดมาแอตกินส์ไดเอทอีกซักครั้ง มันต้องมีวิธีที่ท้องไม่ผูกซิ ก็เริ่มหาข้อมูลจนมาเจอคีโตเจนิค ไดเอทที่เว็บ thaiketopal.com ของคุณไอซ์ และได้เข้าร่วมกลุ่ม Thai Keto Friends ในวันที่ 9 มี.ค.61 เริ่มเก็บข้อมูลต่างๆ เตรียมพร้อมงดแป้งงดน้ำตาลพร้อมแปลงร่างเป็นมนุษย์คีโตในเดือน เม.ย.61

    เริ่มต้นคีโตไดเอทเดือน เม.ย.61 ด้วยน้ำหนัก 85 ก.ก. น้ำหนักลงเรื่อยๆ ต่ำสุดคือ 77 ก.ก. แล้วดีดขึ้นมาเป็น 79 ก.ก.ในเดือนส.ค. 61 และท้องไม่ผูกขับถ่ายคล่องกว่าตอนเทรนออนไลน์ซะอีก

    ฮอร์โมนไทรอยก็ยังคงต่ำเตี้ย ครั้งนี้ต่ำกว่าค่า minimun ที่ควรจะมีซะอีก

    ป้าได้สรุปทฤษฎีไว้ด้วยอ่านได้ที่ วิถีคีโต นะจ๊ะ

    น้ำหนักขึ้นๆ ลงๆ อยู่ที่ 78-79 ก.ก. ไม่ไปต่อ เกิดอะไรขึ้นทำไมเพื่อนๆ ในกลุ่มคีโตเฟรนลงเอาๆ จึงเริ่มทบทวนความผิดพลาด น้ำหนักนิ่ง เรากินคีโตผิดพลาดตรงไหน 

เมนูคีโต

Copyright © 2018. All rights reserved.